![]()
ระวังแมงกะพรุนเรือรบโปรตุเกส (Portuguese man-of-war) โผล่ที่ชายหาดชลาทัศน์สงขลา
เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว พร้อมเจ้าหน้าที่ อาสาฯ ลงตรวจพื้นที่ชายหาดสมิหลาสงขลา ได้พบแมงกะพรุน
ไม่ควรไปสัมผัส หรือ แตะต้อง เนื่องจากหนวดของแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส จะมีพิษทำให้แสบร้อน แผลจะเป็นเส้นนูนยาวตามความยาวของหนวด ซึ่งหนวดอาจมีความยาวถึง 2-3 ม. หรือในผู้ที่แพ้อาจมีอาการหายใจติดขัด

แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส หรือ แมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส จัดเป็นแมงกะพรุนชนิดที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก เทียบเท่าแมงกะพรุนกล่องหรือแมงกะพรุนอิรุคันจิ (Malo kingi) และเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลกด้วย ซึ่งพิษนั้นจะทำลายระบบประสาท ผิวหนัง หัวใจ เมื่อถูกต่อยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างมาก ส่วนใหญ่ผู้ที่โดนพิษจะช็อค และหัวใจล้มเหลวก่อนที่จะกลับเข้าถึงฝั่ง
วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นคือ ใช้น้ำเกลือล้างบริเวณที่ได้รับผลกระทบ ไม่แนะนำให้ใช้น้ำจืด ตามด้วยการใช้น้ำอุ่นประมาณ 45องศา มาล้างบริเวณที่ถูกพิษอย่างน้อย 15 – 20 นาทีความร้อนจะช่วยลดความเจ็บปวด
หากเข้าตาให้ใช้น้ำประปาอุณภูมิห้องล้างตาอย่างน้อย15 นาที ถ้ายังมีอาการพล่ามัว หรือรู้สึกฉีกเจ็บให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็วเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่แนะนำให้ใช้น้ำส้มสายชู จะทำให้พิษซึมซาบได้เร็วขึ้น และกระตุ้นให้เลือดออกอีกด้วย
รูปร่างของแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส มีสีฟ้าหรือสีม่วง มีหนวดยาว จัดอยู่ในวงศ์ Physaliidae และสกุล Physalia ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิดเท่านั้น โดยปกติจะไม่พบในน่านน้ำไทย โดยจะพบในทะเลเปิดของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ, ทะเลเมดิเตอเรเนียน, มหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดีย แต่จะอาจจะถูกกระแสน้ำพัดมาเกยตื้นหรือเข้าสู่น่านน้ำไทยได้ในบางฤดูกาล
เหตุที่ได้ชื่อเช่นนี้ เพราะมีรูปร่างคล้ายหมวกของทหารเรือชาวโปรตุเกสในยุคกลาง และยังคล้ายกับเรือรบของโปรตุเกสในยุคล่าอาณานิคมที่เรียกว่า “Man-of-war”อีกด้วย
หากโดนพิษของมันให้ใช้น้ำทะเลล้างบริเวณที่โดนพิษและดึงหนวดออก เพื่อบรรเทาอาการปวด ให้แช่บริเวณที่โดนต่อยในน้ำร้อนเป็นเวลา 20 นาที”
https://www.facebook.com/HatyaiTourist
